
วันนี้...ฟ้าครึ้มฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงเย็น
ความอัดอั้นจากเบื้องบน เริ่มถ่ายเทลงมาในยามดึกดื่น
แรงโหมกระหน่ำที่พร้อมกันประสานเสียงของทุกเม็ดฝน ทำให้ฉันนอนไม่หลับ
อันที่จริงแล้ว...ฉันไปควรโยนความผิดให้สายฝนหรอก
เพราะการนอนดึก (มาก) มันก็เป็นเรื่องปกติของชีวิตฉันอยู่แล้ว
แม้ว่าวันพรุ่งนี้ ฉันอาจต้องโซเซไปทำงาน
แต่ฉันก็ตั้งใจและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองเสมอ
ตอนนี้รู้สึกสายฝนข้างนอกเริ่มซาลงไปบ้าง
จะมีก็แต่เสียงคำรามของท้องฟ้า ที่ยังคงส่งเสียงให้ได้ยินอยู่ถี่ ๆ
ความเป็นไปสำหรับฉันในค่ำคืนนี้
อาจจะแตกต่างไปจากคืนก่อน ๆ เหมือนมีบางอย่าง
ดึงฉันเข้าไปสู่มิติแห่งความทรงจำ
พร้อมบทเพลงเก่า ๆ (เก่ามาก ๆ)
ที่ครั้งหนึ่งฉันเคยได้ยินเสียงไพเราะ ๆ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งร้องไว้
ช่วงนั้นเพลงเหล่านี้ ติดหูฉันจนร้องตามได้
แม้อายุของฉัน กับบทเพลงจะห่างกันมากก็ตาม
แต่การที่ฉันได้ร้องเพลงคลอ ไปกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันรัก
มันทำให้ฉันมองเห็นความสุขในรอยยิ้มของเธอ
แม้ว่าโลกนี้จะมีศิลปินหน้าใหม่ออกมาอีกสักกี่คน
หรือจะมีอีกกี่ล้านบทเพลงที่แต่งขึ้นมา มันก็ไม่ใช่ตัวแปรที่ทำให้ฉัน
รักและชื่นชม ผู้หญิงคนนั้นน้อยลงไปเลย
เธอคือศิลปินในดวงใจของฉัน
"แม่" ผู้หญิงที่สร้างโลกแห่งเสียงเพลงและทุกความสุขในชีวิตฉัน
แม้วันนี้ระหว่างบทเพลงเก่า ๆ กับฉัน ดูเหมือนจะห่างเหินกันไป
นับจากวันที่แม่ไม่อยู่...บทเพลงเหล่านั้นก็เหมือนได้หายไปพร้อมกับแม่ด้วย
แต่แล้ววันนี้ฉันกับหลงทางเข้าไปใน Blog ของใครคนหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทุกประสาทสัมผัสจดจ่ออยู่ที่ Blog นั้นโดยผลัน และฉันได้ยินเสียงเพลง ๆ หนึ่ง
"ได้ยินไหมพี่ เสียงนี้คือสาวบ้านนา
พร่ำเพรียกเรียกหา นับเวลารอคอย
คอยเช้าคอยเย็น ไม่เห็นสักหน่อย
ปีเคลื่อน เดือนคล้อย รักเอยจะลอย รักเอยจะลอยแรมไกล
อีกเมื่อไร รักจะคืนรื่นรม
ตะแบกบานแล้วร่วง สีม่วงที่พี่ชื่นชม
หรีดหริ่งระงม พี่ปล่อยน้องให้ตรมคนเดียว
รวงเอยรวงทอง ต้องร้างคนเกี่ยว
รวงข้าวคอยเคียว น้องนี้คอยเหลียว คอยนับวันคอยพี่มา
กลับเถิดหนา สาวบ้านนา ยังคอย"
ฉันไม่รู้ว่า จะมีใคร คุ้นเคยกับเนื้อเพลงนี้หรือเปล่า
แต่สำหรับฉัน บทเพลง "เหมือนข้าวคอยเคียว"
เป็นเพลงแห่งความทรงจำที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
เพลงนี้จึงเหมือนไฟ ที่จุดประกายให้ฉันตามหาเพลงเก่า ๆ
ที่...แม่... เคยร้องไห้ฉันฟัง
เสียงเพลงที่แม่เคยร้อง ได้อัดลงในเทปคลาสเซท ซึ่งฉันยังคงเก็บไว้อย่างดี
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าฉันเปิดฟัง จะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
หรืออ้างว้างมากกว่าเก่า ณ วันนี้ ฉันพยายามที่จะไม่ร้องไห้อีก
ค่ำคืนนี้ บทเพลงเก่า ๆ ซึมผ่านหัวใจฉัน
และเหมือนเวลาจะเป็นใจเดินถอยหลัง
ให้ฉันทบทวนทุกภาพความทรงจำของแม่
ฉันเริ่มเปิดเพลง และใช้หัวใจสัมผัสไปกับทุก ๆ เพลง
และร้องคลอตามเสียงเพลงเหล่านั้น
ฉันรับรู้ว่าในทุก ๆ อณูของลมหายใจเข้า-ออก
ความรักของแม่ยังอยู่เคียงข้างฉันเสมอ
บทเพลงเหล่านี้ยังคงไพเราะเหมือนเคย
เหมือนข้าวคอยเคียว ,รักที่อยากลืม ,สนต้องลม ฯลฯ
และแล้วฉันก็ต้องมาหยุดอยู่กับบทเพลงหนึ่ง...
ซึ่งฉันได้เลือกที่จะนำมาลง blog นั่นคือเพลง...ฝากดิน
คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ หากไม่ได้ฝากอะไรไปให้แม่รับรู้...
ค่ำคืนนี้ ขอให้พื้นที่แห่งนี้คือความทรงจำที่งดงาม
ของเราสองคนนะคะแม่...
ฝากรัก...ฝากดิน
รอยยิ้มหวาน ที่วันวาน เคยสัมผัส
อ้อมกอดรัด แสนอบอุ่น เกินคนไหน
รอยอาทร ของแววตา ความห่วงใย
ถ้อยคำรัก อุ่นหัวใจ ตลอดมา
เสียงเพลงกล่อม คืนวันเหงา ที่เราผ่าน
ยังอบอวล เกี่ยวความฝัน วันอ่อนล้า
ทุกทำนอง อุ่นละไม เสมอมา
แม้หลับตา ยังรับรู้ ว่าผูกพัน
อยู่ตรงนี้ หรือแห่งหน โพ้นฟ้าไหน
ไกลเพียงใด พื้นพิภพ ไม่ขวางกั้น
ด้วยรู้ซึ้ง ถึงหัวใจ กันและกัน
จึงส่งรัก สายสัมพันธ์ แนบฝากดิน
ปล.ขอบคุณ บล็อกแก้งค์ของคุณอุ๊และซอยอาจเปลี่ยน มาก ๆ คะ ^___^
ฝากรัก..ฝากดิน รักและคิดถึงแม่เสมอคะ
แอ็ปเปิ้ล :เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก