เคยรู้สึกไหม ?
ช่วงเวลาที่ความอ่อนแอกัดกินหัวใจเราอยู่
เรารับรู้เพียงว่าปัญหาของเรานั้นดูยิ่งใหญ่กว่าคนทั้งโลก
แท้จริงแล้วมันอาจจะเป็นแค่เศษเสี้ยวของ "ขี้มด" ก็เป็นได้
รับรู้เถิด ไม่มีชีวิตใดในโลกที่ไม่พานพบกับปัญหา
แต่เราจะตีค่าปัญหาที่เราประสบให้เป็นโอกาสได้อย่างไรนั้นต่างหาก
คือสิ่งสำคัญของการดำรงชีวิต
คนบางคนเห็นทางออกของปัญหา
แต่บ่อยครั้งก็ยังขังตัวเองไว้โดยไม่ยอมออกมา
บ้างก็คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แห่งอาณาจักร Emotion , etc
ที่กล้าแกร่งพอจะแบกรับกับปัญหาได้ทุกสภาวะ
ทั้งที่ไหล่ของตัวเองก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าไหล่ของคนอื่น ๆ เลย
หนำซ้ำบางคน...ยังขุดหลุมฝังตัวเอง
ให้จมดิ่งลึกลงไปอีก
...จนไม่รู้จะนิยามความหมายของคำว่า "ชีวิต" ว่าเป็นเช่นไร
ถามว่า...เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า
ถ้าความเศร้า 1 วินาที เทียบค่าเท่าเงินหนึ่งเหรียญเราคงรวยล้นฟ้า
แต่ถ้าเทียบค่ากับทุกเวลาที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
หักกับพลังใจที่น้อยลงไปทุกที ๆ มันไม่น่าเสียดายหรอกหรือ
ถ้าน้ำหนักของความทุกข์มันมีมากกว่าความสุข
บนตราชั่งของชีวิต ก็จงเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์นั้นไปบ้างเถิด
เราจะได้เดินแบบสบาย ๆ โดยไม่รู้สึกเหมือนว่าต้องแบกอะไรติดตัวไปตลอด
เราทุกคน สามารถย้อนความหลังด้วยความคิดได้
แต่เราไม่สามารถพาชีวิตเดินย้อนกลับไปได้
ฉะนั้น ... เมื่อเจอปัญหา มันมีทางเลือกไม่มากนักหรอก
ถ้าไม่หยุด ก็ก้าวเดินต่อไปเท่านั้นเอง...
ฉันรู้...ว่าเธอกำลังเหนื่อยกับปัญหาที่รุมเร้า
ฉันเองก็ไม่ต่าง...เหนื่อยจนต้องบรรยายความเหนื่อยผ่านน้ำตา
ไม่ว่าใครจะทอดทิ้งหัวใจเราไว้ แต่เราอย่าทอดทิ้งหัวใจตัวเราเองนะ
อดทนอีกสักนิดนะ...แล้วสักวันมันต้องเป็นวันของเรา
เข้าใจความเป็นไปในเงื่อนไขของวัฎรจักรในจักรวาล
เงื่อนไขของกาลเวลา เงื่อนไขของหัวใจคน เงื่อนไขของสิ่งรอบตัว
วันเวลาเปลี่ยนไป หลายสิ่งหลายอย่างก็ย่อมเปลี่ยนแปลง
เรียนรู้และยอมรับมันก็เท่านั้นเอง
ฉันเชื่อว่า ...
ไม่มีสิ่งใดจะอยู่กับเราตลอดไป และก็ไม่มีสิ่งใดจะจากเราไปตลอดกาล
เข้ามาและผ่านไป เข้ามาและผ่านไป อยู่อย่างนี้เสมอ
เมื่อเบื้องบนได้มอบเกียรติอันสูงค่าของการให้เกิดมาเป็น "มนุษย์"
ก็จงใช้เกียรติและความดีนั้น นำพาชีวิตไปในทิศทางที่เหมาะสม
เมื่อใดที่เรามองเห็นคุณค่าของตัวเราเอง
เราก็คงยืนอยู่บนโลกใบนี้ได้ไม่ยากหรอก ใช่ไหม ?
ที่เห็นฉันยิ้มได้เหมือนความเสียใจไม่เคยเกิด
เพราะฉันเลือกที่จะเปิด....รับสิ่งใหม่ ๆ มาเติมสีสัน
ทำไมชีวิตต้องนั่งจมอยู่กับความเงียบงัน
เพราะไม่รู้จะเหลือ “พรุ่งนี้” อีกสักกี่วัน...
ที่ฉันจะมองเห็นโลกกว้างนั้นได้เต็มตา
ฉันเองก็เคยเจ็บ เคยเสียใจมาไม่แตกต่าง
แต่ฉันเลือกที่จะอยู่กับแสงสว่างมากกว่าด้านมืดที่แสนเหว่ว้า
มันยากเกินไปที่จะหาใครรัก และดีกับเราได้ตลอดเวลา
ฉันจึงเลือกที่จะทำตัวเองให้มีคุณค่า ….
เพราะคนที่จะอยู่เคียงข้างเพื่อเห็นภาพสุดท้ายของท้องฟ้าก็คือ “ตัวเรา”
แด่ทุกหัวใจ..ที่ถึงจะล้มก็จะลุก ถึงจะคลุกก็จะคลาน
แอปเปิ้ล : เมล็ดพันธุ์ความรัก
